เมื่อเพื่อนบ้านก็ต้องอพยพเหมือนกัน: เหตุใดการพลัดถิ่นจากความขัดแย้งด้วยอาวุธ จึงทำให้แบบแผนการจัดการสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยใช้ไม่ได้
คำสำคัญ:
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ความขัดแย้งชายแดน, ไทย-กัมพูชา, การพลัดถิ่น, การจัดการภาวะฉุกเฉิน, การอภิบาลที่ทนทานบทคัดย่อ
ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในปี ค.ศ. 2025 ก่อให้เกิดการพลัดถิ่นของประชาชนในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เฉพาะการปะทะช่วงเดือนกรกฎาคม ทางการไทยรายงานว่ามีประชาชนออกจากหมู่บ้านชายแดน มากกว่า 131,000 คนภายในเวลาไม่กี่วัน และการปะทะรอบใหม่ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมทำให้เกิดการพลัดถิ่น ในระดับหลายแสนคนก่อนที่การหยุดยิงจะมีผลเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2025 วรรณกรรมไทยที่กล่าวถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในเหตุการณ์เหล่านี้มักเน้นการยกย่อง ความใกล้ชิดประชาชนและความยืดหยุ่นทางงบประมาณ บทความวิชาการนี้เสนอว่าการยกย่องดังกล่าวแม้จะถูกต้อง แต่กลับบดบังความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้างที่สำคัญ กล่าวคือ ประเทศไทยจัดการการพลัดถิ่นจากความขัดแย้งด้วยอาวุธ ด้วยเครื่องมือทางกฎหมายและการปฏิบัติชุดเดียวกับที่ใช้กับภัยธรรมชาติ คือพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ทั้งที่ปรากฏการณ์ทั้งสองแตกต่างกันในสี่ประการที่มีนัยต่อการบริหาร ได้แก่ ต้นเหตุอยู่นอกเขตอำนาจของท้องถิ่นโดยสิ้นเชิง ระยะเตรียมพร้อมจึงไม่อาจลดความเสี่ยงได้ การพลัดถิ่นเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งภูมิภาคชายแดน สมมติฐานเรื่องการช่วยเหลือระหว่างท้องถิ่นที่ฝังอยู่ในกฎหมายสาธารณภัย จึงล้มเหลวในจังหวะที่ต้องการใช้มากที่สุด ระยะเวลาถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขทางการเมืองมิใช่ทางกายภาพ ศูนย์พักพิงที่ออกแบบไว้สำหรับไม่กี่วันจึงเปิดต่อเนื่องเป็นเดือน และสายการบังคับบัญชาเคลื่อนไปสู่หน่วยงานความมั่นคง เมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารจากกฎหมายไทย แผนระดับชาติ รายงานด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และวรรณกรรมด้านการอภิบาลร่วมสมัย บทความเสนอ “โมเดล RAP” อันประกอบด้วยการจัดวางขีดความสามารถสำรอง ในระดับภูมิภาค ความชัดเจนของอำนาจบังคับบัญชา และการวางแผนรองรับการพลัดถิ่นยืดเยื้อ เป็นกรอบสำหรับการปฏิรูป
เอกสารอ้างอิง
กนกพัชร แก้วศรีไตรย์. (2569). การบูรณาการแผนพัฒนาท้องถิ่นกับแผนพัฒนาระดับภูมิภาคในบริบทของไทย: กรอบการกำกับดูแลแบบพหุระดับเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 279-294.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2564). แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564-2570. กรุงเทพฯ: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย.
พชรพร บุญปก. (2569). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น: กรอบทฤษฎีบูรณาการและแนวทางเชิงนโยบาย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 372-383.
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550. (2550, 7 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา, 124(52 ก).
รัชนีกร ผาวงษ์, จิรภา มาตราช, วรนุช ไชยพรม และธิตยา พรใส. (2567). ภาครัฐยุคใหม่: การวิเคราะห์ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการปรับใช้. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(3), 591-597. เข้าถึงจาก https://so15.tci-thaijo.org/index.php/jamsd/article/view/475
สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง. (2569). การปฏิรูปการบริหารราชการไทยสู่ความทันสมัยและความเป็นสากลด้วยรัฐบาลดิจิทัล. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 310-326.
สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง และอภิชัย บัวละพา. (2569). การเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่, 3(3), 340-354.
Ansell, C., Sørensen, E., & Torfing, J. (2021). The COVID-19 pandemic as a game changer for public administration and leadership? The need for robust governance responses to turbulent problems. Public Management Review, 23(7), 949-960. https://doi.org/10.1080/14719037.2020.1820272
Ansell, C., Sørensen, E., Torfing, J., & Trondal, J. (2024). Robust governance in turbulent times. Cambridge: Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/9781009433006
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032
Emerson, K., Nabatchi, T., & Balogh, S. (2012). An integrative framework for collaborative governance. Journal of Public Administration Research and Theory, 22(1), 1-29. https://doi.org/10.1093/jopart/mur011
Galtung, J. (1996). Peace by peaceful means: Peace and conflict, development and civilization. London: Sage.
Osborne, S. P. (Ed.). (2010). The new public governance? Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. London: Routledge.
Rhodes, R. A. W. (1997). Understanding governance: Policy networks, governance, reflexivity and accountability. Buckingham: Open University Press.
United Nations in Cambodia. (2026). Humanitarian Response Forum situation report 13: Cambodia-Thailand border situation (2 January 2026). Phnom Penh: United Nations in Cambodia. https://cambodia.un.org
United Nations Office for Disaster Risk Reduction. (2015). Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015-2030. Geneva: UNDRR.
World Health Organization. (2025). Public health situation analysis: Cambodia-Thailand border conflict. Geneva: World Health Organization. https://www.who.int
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาการบริหารภาครัฐสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.

